ธรรมะคนกรุง

มุมมองด้านศาสนธรรมกับชีวิตคนเมืองหลวง..ประเทศไทย


จาก.."สวัสดีกรุงเทพฯ" รายสัปดาห์
My Photo
Name:
Location: สวนเมตตาธรรม, เชียงใหม่, Thailand

Friday, May 27, 2005

แม้ “ดี” ก็ต้องมี “เดี๋ยว” ไว้บ้าง...

...............................

การ์ตูนสัญลักษณ์(mascot) ขาว-ดำ ชื่อ ดี และ เดี๋ยว ตลอดจน ถ้อยคำ-น้ำเสียง-คำโฆษณา ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งปรากฏให้เห็นให้ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง ตามสื่อต่างๆ ในขณะนี้ แม้ด้านหนึ่งจะถูกทำให้เชื่อ ว่าน่าจะเป็นกิจกรรมกระตุกใจให้ฉุกคิด หรือกระตุ้นเร้าให้ ทำความดี โดยมีและใช้พื้นฐานทางพุทธธรรม และความเป็นสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อาทิ การใช้ วิสาขบูชา เป็นวาระเปิดประเด็น ตลอดจนชี้ชวนให้ คนไทย ร่วมกันบำเพ็ญบารมีประกาศ สัจจะอธิษฐาน แบบ ๑ คน ๑ สัจจะ จนกว่าจะถึงวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเจริญพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา ในปี ๒๕๕๐ เป็นวันสิ้นสุดกิจกรรม

แต่เมื่อพิจารณากันให้ถี่ถ้วนแล้ว กรณี ทำดีไม่ต้องเดี๋ยว ข้างต้นนี้ออกจะเป็นเรื่องที่มีแง่มุมให้ตรึกตรองเกินกว่านั้นไปอีกมากมายนัก

ด้วยว่านี่เป็นครั้งแรกๆ ที่ภาครัฐประกาศปลุกเร้าให้คนในอาณัติ ละทิ้งสติ คือ ความระลึกได้ หรือความยับยั้งชั่งใจ ในเชิงศาสนา หรือกระบวนการด้าน คุณธรรม-จริยธรรม อย่างเต็มตัว และเต็มปากเต็มคำ

กล่าวคือ นี่เป็นครั้งแรกที่หน่วยงานของรัฐ ยืนยัน ต่อสาธารณะว่า ..ถ้าเห็นว่าสิ่งนี้ดี ก็จงอย่าได้รีรอให้เนิ่นช้า.. แม้จะมีอะไรน่า สะดุดใจ หรือชวนให้ ฉุกคิด ก็จงสลัดทิ้งไป เพราะนั่นอาจหมายถึง เจ้ามารดำ ชื่อ เดี๋ยว ที่บงการขัดขวาง เจ้าตัวดี (ตัวสีขาว)อยู่เบื้องหลัง

ก่อนหน้านี้แม้เคยมีกรณีที่บางวัดเชิญชวนให้ทีมงานและกลุ่มเป้าหมายในสายบุญของตน ทุ่มเทบริจาค ให้สุดจิตสุดใจ หรือกิจการในภาคเอกชนเชิญชวนให้ผู้คนลืมตัวเผลอใจ หันมาบริโภคสินค้าและบริการของตนอย่างงมงาย แต่ในฝ่ายรัฐ ดูจะปักหลักวางบทบาทไว้อย่างแจ่มชัด ว่าจะเป็นผู้ห้ามปราม, ตักเตือน และฉุดรั้ง ตลอดจนยับยั้งมิให้ สังคม ออกนอกลู่นอกทางจนเกินไปนัก ด้วยถือว่าการปกป้องและดูแล ตลอดจนเสริมสร้าง ทำนองคลองธรรม เป็นหน้าที่และภารกิจอันมิอาจละทิ้ง

หรือเป็นเพราะระยะนั้น นายทุน กับ นักการตลาด และ นักการเมือง ยังไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเช่นวันนี้ก็มิอาจทราบได้ เพราะในระยะสี่ห้าปีมานี้ ดูเหมือนว่ารัฐและหน่วยงานในกำกับ จะทำตัวสอดคล้องกับฝ่ายทุน โดยกระตุ้นเร้าผู้คนในปกครองอย่างน่าตระหนก เริ่มจากเร่งให้เสพ-บริโภค หลอกล่อให้หลงความทันสมัย(จนละทิ้งวิถีดั้งเดิม) เร้าใจให้ฟุ่มเฟือย ฯลฯ กระทั่งล่าสุดสมมติให้ สติ เป็น มารดำ ไปเสียอีก

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และจะกลายเป็น หนังยาว หากผู้เกี่ยวข้องยังละเลยการอธิบายความให้สอดคล้องและครอบคลุมกับสิ่งที่ตนคิดและทำ เพราะ ดี ไม่ต้อง เดี๋ยว ที่โฆษณาอยู่นั้น ไม่เพียงแต่จะเป็นการบ่อนเซาะฐานรากทางสังคม, ทุนวัฒนธรรม และโครงสร้างทางศีลธรรม-คุณธรรม-จริยธรรม ไปอย่างมักง่าย แต่ยังส่อแสดงการ เปลี่ยนบทบาท ของภาครัฐอย่างน่ารังเกียจยิ่ง กล่าวคือ จากที่เคยปกครองอย่างปกป้องและดูแลผลประโยชน์ประชาชน กลับหันมาบั่นทอนหรือทำลาย เครื่องมือและกลไก การ ยับยั้งชั่งใจ ของมหาชนเสียเอง

การบอกว่า ถ้า ดี ก็ไม่ต้อง เดี๋ยว จึงดูจะไม่ใช่แค่ ปลุกให้ทำดีอย่างเดียว ดังที่พยายามบอก เพราะดูเหมือนว่า นอกจาก เดี๋ยว ในเรื่อง ทำดี จะหายไปแล้ว นับวัน เดี๋ยว อื่นๆ (ซึ่งก็เหลืออยู่ไม่มากนัก)ก็จะตกตายไปตามกันไปอีกเรื่อยๆ

จึงอยากจะบอกไว้ว่า..

อย่า หลงดี ให้รัฐบาล ฆ่าเดี๋ยว กันต่อไปอีกเลย...

0 Comments:

Post a Comment

<< Home

eXTReMe Tracker