ธรรมะคนกรุง

มุมมองด้านศาสนธรรมกับชีวิตคนเมืองหลวง..ประเทศไทย


จาก.."สวัสดีกรุงเทพฯ" รายสัปดาห์
My Photo
Name:
Location: สวนเมตตาธรรม, เชียงใหม่, Thailand

Thursday, May 19, 2005

วิสาขบูชา(๒)

.........................................

วิสาขบูชากับสัจจะอธิษฐาน(๒)

ฉบับที่แล้วทิ้งประเด็นการพูดคุยเอาไว้ว่า …หากจะ “มอง” และ “พิจารณา” กันอย่าง “ชาวพุทธ” แล้ว อะไรเล่า ที่หมายถึง “การปฏิบัติบูชา” อะไรคือ “สัจจะ” และอะไรกันแน่ ที่กินความไปถึง “อธิษฐานธรรม” อย่างที่ “ชาวพุทธ” จะพึงมีและพึงเป็น ตลอดจนพึงกระทำ ในโอกาส “วิสาขบูชา” อันสำคัญยิ่งนี้… ฉบับนี้มาว่ากันต่อ เพื่อคนกรุงฯ ที่เป็น “ชาวพุทธ” จะเกิดแง่คิดและมุมมองเพิ่มเติมขึ้นในบางด้าน อันอาจช่วยให้เห็นอะไรชัดขึ้นได้ตามสมควร

เริ่มต้นที่คำว่า “บูชา” ว่ากันโดยหลักพุทธธรรม การบูชา ซึ่งหมายถึง การให้ด้วยความนับถือ, แสดงความเคารพเทิดทูน..นั้น ท่านว่ามี ๒ ประการ คือ บูชาด้วยการปฏิบัติ(ปฏิบัติบูชา) และการบูชาด้วยอามิส คือ สิ่งของ เช่น ดอกไม้ ของหอม อาหาร หรือวัตถุอื่นๆ (อามิสบูชา)

การปฏิบัติบูชา ว่ากันสั้นๆ ย่อๆ ก็คือ การประพฤติตามธรรมคำสั่งสอนของท่าน, การบูชาด้วยการประพฤติปฏิบัติ ตลอดจนการกระทำในสิ่งที่ดีงาม

ในง่มุมนี้ น่าสงสัย ว่าการส่ง “๑ คน ๑ สัจจะ” ไปถึงนายกรัฐมนตรี จะถือเป็นการปฏิบัติบูชาพระพุทธเจ้าในวันหรือห้วงเวลาแห่ง “วิสาขบูชา” ได้อย่างไร?

ต่อมาคือ คำว่า “สัจจะ” (แถมคำว่า “อธิษฐาน” ให้ด้วยอีก ๑ คำก็ยังได้ เพื่อให้เห็นภาพสมบูรณ์ยิ่งขึ้น) ทั้ง สัจจะ และ อธิษฐาน นั้น เป็น ๒ ใน ๑๐ ของ “บารมี” แบบพุทธ ที่กล่าวถึง ทาน, ศีล, เนกขัมมะ, ปัญญา, วิริยะ, ขันติ, สัจจะ, อธิษฐาน, เมตตา, อุเบกขา ในที่นี้ “บารมี” นั้น หมายถึง คุณความดีที่บำเพ็ญอย่างยิ่งยวด เพื่อบรรลุจุดหมายอันสูงยิ่ง ซึ่งในทางพุทธศาสนาทราบกันดีว่าหมายถึงการดับทุกข์ได้อย่างสิ้นเชิง หรือการบรรลุถึงพระนิพพาน ด้วยอริยมรรคมีองค์แปด หรือมัชฌิมาปฏิปทา

น่าสงสัยหรือไม่ว่า การบำเพ็ญบารมี ๒ ใน ๑๐ ประการข้างต้นนั้น เหตุใดจึงต้อง มีสำเนาส่งรายงานไปถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ต่อมาคือคำว่า “อธิษฐานธรรม” ที่กล่าวถึงคำนี้ขึ้นมาก็เพราะว่า หากพิจารณากันโดยแยบคาย ดูเหมือนว่าสิ่งที่รัฐบาลหรือศูนย์คุณธรรมพยายามจะเชิญชวนให้ “คนไทย” ปฏิบัติบูชานั้น น่าจะเป็นการ “อธิษฐานธรรม” เสียมากกว่า ส่วนที่โฆษณากันครึกโครมนั้นจะเป็นกลอนพาไป หรือสำคัญผิดในข้อเท็จจริงก็มิอาจทราบได้

“อธิษฐานธรรม” นั้น ท่านว่า หมายถึง ธรรมที่ควรตั้งไว้ในใจ, ธรรมเป็นที่มั่น มี ๔ อย่าง คือ
๑. ปัญญา ความรู้ทั่ว, ปรีชาหยั่งรู้เหตุผล, ความรู้เข้าใจชัดเจน, ความรู้เข้าใจหยั่งแยกได้ในเหตุผล ดีชั่ว คุณโทษ ประโยชน์มิใช่ประโยชน์ เป็นต้น และรู้ที่จะจัดแจง จัดสรร จัดการ, ความรอบรู้ในกองสังขาร มองเห็นตามความเป็นจริง ๒. สัจจะ ความจริง มี ๒ คือ สมมติสัจจะ และปรมัตถสัจจะ ๓. จาคะ การสละ, การให้ปัน, การเสียสละ, การสละสิ่งที่เป็นข้าศึกแก่ความจริงใจ; การสละกิเลส ๔. อุปสมะ ความสงบใจจากสิ่งที่เป็นข้าศึกแก่ความสงบ, การทำใจให้สงบ, สภาวะอันเป็นที่สงบ คือ นิพพาน

ความน่าสนใจอยู่ที่ว่า ใน “อธิษฐานธรรม” นั้นมี “สัจจะ” ประกอบอยู่ด้วย ขณะเดียวกัน ทั้ง “สัจจะ” และ “อธิษฐาน” ก็เป็นส่วนหนึ่งของ “บารมี” ซึ่งอาจเป็นด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้ผู้รับผิดชอบโครงการนี้เกิดความสำคัญผิด กระทั่งเป็นเหตุให้ประชาสัมพันธ์ความสับสนสู่สาธารณะไปด้วย

อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีอยูแล้ว ว่า “วิสาขบูชา” เป็นห้วงกาลที่ชาวพุทธพึงระลึกถึงคุณและปฏิบัติบูชาแด่พระบรมศาสดาสัมมาสัมพ ุทธเจ้า ที่ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ในเพ็ญเดือน ๖

ดังนั้น หากรัฐบาล หรือหน่วยงานในสังกัด ประสงค์จะมีส่วนร่วม หรือต้องการใช้โอกาสนี้ “หาคะแนน” ก็จำเป็นอยู่เอง ที่จะต้องรู้จัก กาละ-เทศะ และประพฤติให้ถูกต้อง-เหมาะควร หาไม่ก็จะพากันเข้ารกเข้าพง หรือทำให้ของเดิมที่ดีอยู่แล้วเสื่อมเสียไปด้วย อย่างน่าเสียดายยิ่ง

ด้วยเนื้อที่อันจำกัด จึงยังมิอาจชี้ให้เห็นชัดๆ ว่าเหตุใดการส่งการ์ด “๑ คน ๑ สัจจะ” ถึงนายกรัฐมนตรีจึงไม่น่าจะเป็นการปฏิบัติบูชาพระพุทธเจ้า แต่เชื่อว่าผู้มีสติ ปัญญา และสัมปชัญญะ จะเข้าใจได้ไม่มากก็น้อย ว่าแนวคิดเช่นนี้กำเริบเสิบสานสักแค่ไหน และเพียงใด…

0 Comments:

Post a Comment

<< Home

eXTReMe Tracker