ธรรมะคนกรุง

มุมมองด้านศาสนธรรมกับชีวิตคนเมืองหลวง..ประเทศไทย


จาก.."สวัสดีกรุงเทพฯ" รายสัปดาห์
My Photo
Name:
Location: สวนเมตตาธรรม, เชียงใหม่, Thailand

Monday, April 25, 2005

“โอกาส” ใน “วิกฤตชาวพุทธ"

...................................................


“วิสาขบูชา” กับ “โอกาส” ใน “วิกฤตชาวพุทธสยาม”

ก่อนสงกรานต์เล็กน้อย “พุทธศาสนิกชนชาวสยาม” ก็ได้รับข่าวอันน่าตื่นตาตื่นใจอีกครั้ง เมื่อศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม ในฐานะองค์การมหาชน หน่วยราชการรูปแบบใหม่ ที่ว่ากันว่าจะมีความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการบริหารจัดการสูง(กว่าทั้งรูปแ บบหน่วยงานรัฐเดิมๆ ที่เคยมีมา) จะร่วมกับสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ และองค์กรภาคีต่างๆ จัดงาน “วันวิสาขบูชา” ให้ยิ่งใหญ่และเป็นศูนย์รวมของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ภายใต้แนวคิด และความริเริ่มของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ในฐานะชาวพุทธ นี่ย่อมเป็นสิ่งที่ควรนิยมยินดี และมีมุทิตา ตลอดจนอนุโมทนาสาธุการ ไปกับความเป็นพุทธศาสนิกชนที่แข็งขันและเอาการเอางานยิ่ง ของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และคณะทำงานฝ่ายต่างๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ท่านนายกฯ และพล.ต.จำลอง ศรีเมือง ในฐานะประธานศูนย์คุณธรรมฯ ท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต แห่งเสถียรธรรมสถาน ตลอดจน น.พ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ให้สัมภาษณ์ตามที่ปรากฏในสื่อต่างๆ ว่าจะนำเอาแนวคิดของท่านพุทธทาสภิกขุ เกี่ยวกับการจัดงานวันวิสาขบูชามาปฏิบัติให้เป็นจริง ผู้คนที่เคยศึกษาผลงานของพระมหาเถระท่านนี้ ก็มีแต่ความยินดีปลาบปลื้มจิต ที่ภาครัฐหันกลับมาใฝ่ใจในทางที่ตนเห็นมาก่อน ว่าถูกว่าควร

แต่ถัดมาไม่นาน การณ์กลับกลายเป็นว่า โดยกระบวนการทำงาน และวิธีปฏิบัติ ยังมีความไม่เข้ารูปเข้ารอยกันอยู่ กล่าวคือ มหาเถรสมาคม ในฐานะองค์กรปกครองสงฆ์สูงสุด ได้ทักท้วงถึงความเหมาะสม ที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ซึ่งมีความสัมพันธ์แนบชิดกับ “สันติอโศก” ที่มหาเถรสมาคมเคยประกาศนียกรรม และได้ทำปัพพาชนียกรรมมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน จะเข้ามาเป็นตัวตั้งตัวตี ตลอดจนแต่งตั้งให้มี “สมณะ” บางท่านจากสำนักนั้น ร่วมเป็นกรรมการจัดงานอยู่ด้วย

ต่อกรณีนี้ หลายฝ่ายหลายกลุ่มต่างออกมาร่วมแสดงทัศนะ บ้างก็ยกเอามาเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันยกใหญ่ กระทั่งสื่อบางประเภทถึงกับพาดหัวข่าว ทำนองว่า “แย่งกันจัดงานวันวิสาขบูชา” เอาเลยทีเดียว ทั้งที่จะว่าไปแล้ว นี่ออกจะเป็นการแสดงบทบาทในการ “ตรวจสอบและทักท้วง” อย่าง “ทันทีทันควัน” อันน่าสนใจยิ่งของ “มหาเถรสมาคม” เสียด้วยซ้ำ เพราะก่อนหน้านี้หลายครั้งหลายครา องค์กรปกครองสงฆ์แห่งนี้มักขึ้นชื่อลือชาและตกเป็นจำเลยที่หนึ่งของสังคม ในด้านความอืดอาดล่าช้ากว่าใครๆ ในแทบทุกประเด็นขัดแย้งของวงการพระพุทธศาสนาสยาม

จะว่าไปแล้ว แทนที่จะต้องยกประเด็น “เอา-ไม่เอา..ใครต่อใคร” มาร่วมจัดงาน หรือแทนที่จะมีการถกเถียงกันว่า “จัดหรือไม่จัด” สิ่งหนึ่งที่ควรแก่การหยิบยกขึ้นมากล่าว น่าจะถือเอางานนี้เป็นโอกาส “เรียนรู้”, “สอบทาน” และช่วยกัน “วางบรรทัดฐาน” เสียมากกว่า ว่า.. “ชาวพุทธ” ควรมีท่าทีและปฏิบัติต่อกรณี “ความเห็นไม่ตรงกัน” ทำนองนี้ได้อย่างไร

และนอกไปจากนั้น ก็ควรถือเอาโอกาสนี้ “เตรียมการ” เพื่อ “ปัด” และ “กวาด” บ้านตนเอง เสียให้เรียบร้อย ก่อนจะมี “เพื่อนชาวพุทธ” นานาประเทศมาร่วม “งานบุญระดับโลก” ดังที่คาดกันไว้

ความขัดแย้งในอดีต(หรือในปัจจุบัน)เป็นเช่นไรมิใช่เรื่องที่น่ารังเกียจ หากจะปรองดองและร่วมกันเผชิญหน้ากับข้อ “เท็จ-จริง” เหล่านั้นด้วยสติที่มีปัญญากำกับ ทั้งยังมีจิตที่พร้อมจะมนสิการเพื่อหาทางออก

“วิกฤต” นั้นจะว่าไปแล้ว ก็เป็นอีกด้านหนึ่งของเหรียญ ที่มี “โอกาส” อยู่ตรงกันข้าม สำคัญแต่ว่า เราจะใช้มัน “เสริมปัญญา” หรือ “สร้างปัญหา” เท่านั้นเอง

0 Comments:

Post a Comment

<< Home

eXTReMe Tracker