ธรรมะคนกรุง

มุมมองด้านศาสนธรรมกับชีวิตคนเมืองหลวง..ประเทศไทย


จาก.."สวัสดีกรุงเทพฯ" รายสัปดาห์
My Photo
Name:
Location: สวนเมตตาธรรม, เชียงใหม่, Thailand

Tuesday, March 01, 2005

“วัด” และ “พระ” กับเมืองกรุงฯ

..........................................


ด้วยฐานะของเมืองระดับ “มหานคร” และมีอายุยาวนานกว่า ๒๒๒ ปี “กรุงเทพมหานคร” ซึ่งผนวกเอา “ธนบุรี” เข้าเป็นส่วนหนึ่ง มีความ “เจริญ” และ “เติบโต” มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ

จากชุมชน “บางกอก” ริมฝั่งแม่น้ำ ทางผ่านไป “กรุงศรีอยุธยา” ถึงวันนี้ “Bangkok” เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในหลายด้านและหลากมิติ ทั้งที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองอากาศเป็นพิษและมีมลภาวะระดับสูง มีโสเภณีและแหล่งค้ากามเกลื่อนกลาด หรือถูกกล่าวขานว่าเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเซียอาคเนย์ ที่ผสมผสานระหว่างความเจริญและงดงามของเมืองใหญ่ กับวัง และวัดวาอารามต่างๆ ได้อย่างลงตัว

เมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติสักคนมาถึงกรุงเทพฯ ทุก ๒๐ หรือ ๓๐ นาที โดยแท็กซี่ หรือกระทั่งรถประจำทาง เขา(หรือเธอ)สามารถพบเห็น “วัด” ใหญ่-น้อย ทั้งวัดหลวง-วัดราษฎร์ ซึ่งมีสถาปัตยกรรมแบบไทยประยุกต์อันแปลกตาได้เสมอ

และหากนักท่องเที่ยวคนนั้นตื่นไม่สายนัก ก็สามารถพบเห็น พระภิกษุ-สามเณร ออกบิณฑบาตได้โดยทั่วไป แม้ไม่มากมายเป็นแถวแนวนับร้อยรูปดังในหลวงพระบาง สปป.ลาว แต่ก็ใช่จะมีให้เห็นเจนตาในอเมริกา หรือยุโรป ฯลฯ จนเป็นที่มาของความตื่นตาตื่นใจสำหรับคนเพิ่งเหยียบย่างมาต่างถิ่นต่างวัฒนธ รรมได้โดยง่าย แทบมิต้องลงทุนใดๆ เลย

ใช่แต่ฝรั่งอั้งม้อเท่านั้น คนไทยแต่เดิมทีก็ถือเอาวัดเป็นทั้งที่เที่ยว ที่พักแรม ที่หย่อนใจ ที่คลายทุกข์ ฯลฯ มาเนิ่นนาน นอกเหนือจากการเข้ามาศึกษาปฏิบัติธรรม ประกอบพิธีกรรม และศาสนพิธีตามความเชื่อมั่นศรัทธา

น่าเสียดายที่ปัจจุบันกิจกรรม “กระทำในวัด” ของชาวกรุงเทพฯ เหลือน้อยลงไปทุกที วัดกลายเป็นสถานที่จอดรถ สถานที่บวช และจัดงานศพเสีย(เท่านั้น!!)เป็นส่วนใหญ่ แทบไม่เหลือบทบาทและสภาพ “อาราม” อันหมายถึง สถานที่อันเป็นที่มาแห่งความยินดี, วัด หรือ สวนอันเป็นที่รื่นรมย์ ซึ่งให้ความเพลิดเพลินใจ เช่นในอดีตอีกต่อไป

เพราะทุกวัดต้องลาดคอนกรีตบนลานวัด หรือสร้างลานจอดรถ และตัดต้นไม้ใหญ่ มิให้กิ่งใบร่วงหักลงบนหลังคากุฎีวิหารอันโอฬารตระการตา

เขียนเรื่อยเจื้อยมาแต่ต้น ก็เพียงจะบอกว่า ถึงวันนี้..ขณะนี้ เรามีทั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ คนใหม่ และว่าที่นายกรัฐมนตรี ว่าที่ส.ส. ว่าที่รัฐบาลใหม่กันเกือบเรียบร้อยแล้ว ท่านทั้งหลายเหล่านั้นไม่คิดจะ “เพิ่ม” หรือ “คืน” ความ “รื่นรมย์” ให้กรุงเทพฯ ด้วยการเปลี่ยนวัดต่างๆ กลับมาเป็น “อาราม” โดยมิต้อง “วิ่งซื้อ-วิ่งเวนคืนที่ดิน” กันบ้างหรือ?

แทนที่จะปล่อยให้วัดเป็นแค่ “ของแปลก” สำหรับฝรั่ง แล้วให้พระเณรเสวยวิบากกรรม ทนร้อนทนอดอู้ อยู่วัดตึกลานปูน สูดดมฝุ่นขี้หมาแห้ง รอกิจนิมนต์โดยไปวันๆ

เปลี่ยนวัดเป็น “อาราม” น่าจะง่ายและดีกว่าเปลี่ยนเป็น “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” กระมัง?

0 Comments:

Post a Comment

<< Home

eXTReMe Tracker