ธรรมะคนกรุง

มุมมองด้านศาสนธรรมกับชีวิตคนเมืองหลวง..ประเทศไทย


จาก.."สวัสดีกรุงเทพฯ" รายสัปดาห์
My Photo
Name:
Location: สวนเมตตาธรรม, เชียงใหม่, Thailand

Tuesday, March 01, 2005

เครื่องมือ(๒)

“เครื่องมือ”, “กระบวนการผลิต” และ “ผลผลิต” ในทางธรรม(ตอนที่ ๒)
ว่าด้วย “เครื่องมือทางธรรมสำหรับคนกรุงฯ”

โดย พระกิตติศักดิ์ กิตฺติโสภโณ
กลุ่มเสขิยธรรม / www.skyd.org
E-mail : ksb@skyd.org

ท ่านอาจารย์ “พุทธทาสภิกขุ” เคยกล่าวไว้ว่า “จุดซึ่งเย็นที่สุดอยู่ใจกลางเตาหลอมเหล็ก” กล่าวคือ สิ่งที่ “เย็นจัด” เท่านั้น ที่จะปกติอยู่ได้ ในสถานที่หรือสิ่งแวดล้อมที่ “ร้อนอย่างยิ่ง” หรืออีกนัยหนึ่ง ก็กล่าวได้ว่า สิ่งที่เย็นอย่างยิ่งเท่านั้น ที่จะหลอมละลายได้ช้าที่สุด ภายใต้ความร้อนจัดที่เกิดขึ้นและเป็นอยู่

น ั่นเป็นการเทียบเคียงโดยอนุโลม ซึ่งแม้บัดนี้ก็ยังสามารถใช้ได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกล่าวถึง “คนกรุงเทพฯ” และ “ชีวิตในกรุงเทพฯ”

เพราะจะว่าไปแล้ว “กรุงเทพมหานคร” ในยามนี้ดูจะ “ร้อนจัด” ทั้งโดย “รูป” และ โดย “นาม” โดยแท้

ว ่ากันเฉพาะ “รูป” หรือ “วัตถุ” ลุถึงพุทธศักราช ๒๕๔๘ คงต้องยอมรับกันโดยดุษณี ว่ากรุงเทพฯ เต็มไปด้วยวัตถุและสิ่งปลูกสร้างอันเป็นที่มาของ “ความร้อนจัดโดยกายภาพ” อย่างมากมายมหาศาล ขณะที่ “ป่าสีเขียว” แต่เดิม หดหายไปพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของ “ป่าคอนกรีต” ในสัดส่วนที่เท่ากัน(แต่มีอัตราเร่งของการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นทุกขณะจิต)

แ ละเมื่อว่ากันโดย “นาม” หรือ “จิตใจของกรุงเทพฯ” อันเป็น “เนื้อหาสาระ” ทั้งในแง่วิถีชีวิต วิถีการผลิต และกระบวนการเสพ-บริโภค ที่เรียกว่า “อารยธรรม-วัฒนธรรม” ของกรุงเทพฯ แล้ว ก็ดูจะยิ่งเพิ่มและเสริมให้ “ความเร่าร้อนทางวัตถุ” ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

เรียกได้ว่า “กรุงเทพฯ” เป็น “เตาหลอมเหล็ก” สำหรับ “ทดสอบ” พุทธศาสนิกชนว่าจะ “ทน-อด” และ “อดทน” ได้แค่ไหน และเพียงใด..โดยแท้

น ั่นคือ “ทน-อด” ที่หมายถึง “จำทน” ชนิด “กล้ำกลืนฝืนไว้” ทั้งที่ยังทุกข์มาก และยากจะผ่อนคลาย กับ “อดทน” ซึ่งผู้ประสบภาวะนั้นพอจะมี “เครื่องมือ” หรือ “เครื่องช่วย” ในทางธรรม พอให้ “เอาตัวรอด” ไปได้ อย่างไม่ทรมานนัก และอาจจะสามารถ “พัฒนาศักยภาพ” ให้ตนเอง “ลอยตัว” อยู่ “เหนือกระแส” ได้ เมื่อมี “สิ่งแวดล้อม” และ “กัลยาณมิตร” เอื้ออำนวย

สำหรับ “เครื่องมือทางธรรมของคนกรุงฯ” และ “แนวทางแห่งการใช้เครื่องมือ” นั้น ด้วยเนื้อที่จำกัดของข้อเขียนชิ้นนี้ คงต้องสรุปไว้อย่างรวบรัดว่า

ประการแรก “คนกรุงเทพฯ” ต้องหมั่นศึกษา และพัฒนาตน ให้สอดคล้องกับการใช้ “เครื่องมือทางพุทธศาสนา” เช่น การทำความเข้าใจ และนำไปใช้จริง ต่อหลักธรรมะ ทั้งที่เป็น “วิธีคิด” และ “วิถีชีวิต” ทั้งปวง อาทิ คิหิปฏิบัติ อริยสัจ ปฏิจจสมุปบาท และอิทัปปัจจยตา เป็นต้น

พร้อมกันนั้น ประการต่อมา “คนกรุงเทพฯ” ต้องสมานสามัคคีที่จะพัฒนา “เครือข่าย” และความเป็น “ชุมชน” ตลอดจนเสริมสร้าง “สิ่งแวดล้อม” ทั้งทางวัตถุและสภาพธรรมชาติ ให้เอื้อต่อ “การศึกษาธรรม” และ “การปฏิบัติธรรม” ขึ้นมาให้ได้

และ ประการสุดท้าย ก็คือการสร้าง “ความสมดุล” ระหว่าง ประการแรก และประการที่สอง เพราะหาก “เครื่องมือ” และ “บรรยากาศแห่งการใช้เครื่องมือ” ไร้ความ “เสมอกันอย่างสอดคล้องและเหมาะสม” เสียแล้ว ก็คงยากที่ “คนกรุงฯ” จะพัฒนาไปได้ ในสภาพที่ก้าวหน้ากว่าภาวะ “ทน-อด” และ “อดทน” ดังที่เคยเป็นมา

ก่อนที่ข้อเขียนชิ้นนี้จะ “เกินโควต้า” มากเกินไป คงต้องเรียนว่า หากผู้อ่านท่านใดสนใจจะแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ร่วมกันในเรื่อง “เครื่องมือและกระบวนการใช้เครื่องมือ” สำหรับ “ดับทุกข์อย่างคนกรุงฯ” คงต้องหาเวลาและโอกาสอันเหมาะควร ติดต่อกัน “หลังไมค์” เสียแล้ว จะติดต่อทาง E-mail ของผู้เขียน ดังที่แสดงไว้ หรือทาง “จดหมาย” ผ่านกองบรรณาธิการก็น่าจะสะดวกดี…

สัปดาห์หน้าและต่อๆ ไป จะถึงวาระ “ธรรมะกับข่าวสารและสถานการณ์บ้านเมือง” ตามคำแนะนำของ “บรรณาธิการ” เสียที

0 Comments:

Post a Comment

<< Home

eXTReMe Tracker