ธรรมะคนกรุง

มุมมองด้านศาสนธรรมกับชีวิตคนเมืองหลวง..ประเทศไทย


จาก.."สวัสดีกรุงเทพฯ" รายสัปดาห์
My Photo
Name:
Location: สวนเมตตาธรรม, เชียงใหม่, Thailand

Friday, March 11, 2005

ธรรมะ – ธรรมดา และธรรมชาติ

.................................................


ในธรรมชาตินั้นมีความเปลี่ยนแปลงและโยงใยสัมพันธ์ ระหว่างกันและกัน อยู่เป็นนิจ พุทธศาสนาซึ่งเกิดขึ้นจากความ เข้าใจ-ใส่ใจ อย่างถ่องแท้ และลึกซึ้ง ทั้งต่อธรรมชาติและสรรพสิ่ง จึงชี้แนะให้ผู้ใฝ่ใจในการดับทุกข์ ศึกษาและฝึกฝน จนรู้ซึ้ง ตลอดจนวางท่าที ได้สอดคล้อง กับวิถีแห่งธรรมชาติ ทั้งด้านนอกและภายในตน

ชาวพุทธที่แท้ เมื่อเผชิญหน้ากับปรากฏการณ์ต่างๆ จึงมีความระลึกได้(สติ) มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้(ปัญญา) รู้ตัวทั่วพร้อม(สัมปชัญญะ) และมีความสงบอย่างตื่นรูู้้(สมาธิ) อยู่กับเนื้อกับตัวและหัวใจ ชนิดที่ “เพียงพอต่อการใช้งาน”(มีกรรมฐาน) จนสามารถกำหนดท่าทีที่เหมาะสมและ ถูก-ควร ทั้งต่อตนเอง ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และต่อธรรมชาติที่เกี่ยวข้อง…โดยทั่วไป

ว่า… "อะไร" ที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากสิ่งใด ส่งผลอย่างไร ด้วยวิธีหรือกระบวนการเช่นไร ตลอดจนเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กัน หรือสัมพันธ์กับสิ่งอื่นอย่างไร ทั้งภายในและภายนอก

คนที่ไม่เข้าใจ หรือ รู้ไม่พอ..ไม่ทันท่วงที ต่อกระบวนการที่ว่ามานี้ จึงประสบกับความอึดอัดขัดข้อง หงุดหงิด-โมโห หรือกระทั่งเศร้าโศกเสียใจ(ทุกข์) ไม่เว้นแต่ละวัน

หนักเข้าก็เกิดสะสม ชนิดใครเผลอมากระทบ “ต้นทุนทุกข์” ของตนเข้า ก็พาลให้เขื่อนแตก กระทั่งกระแส “ทุกข์” เอ่อท่วม โถมทับ ทั้งตนเองและผู้อื่น จนเกินจริง ลืมไปว่า ทุกสิ่งมีเหตุ มีปัจจัยให้เกิด ทั้งไม่มีอะไรเที่ยงแท้ แม้กระทั่งทุกข์สุข เพราะต่างก็เป็น “ธรรมชาติ” ทั้งสิ้น คือ มีการ เกิด-ดับ หรือ เกิดขึ้น - ตั้งอยู่ และดับไป ตามกาลเวลา ด้วยเหตุ-ปัจจัย ที่เกี่ยวข้องนานาชนิด ซึ่งเกินกว่าคนใดคนหนึ่งจะควบคุมหรือจัดการได้โดยง่าย

ดังนั้น เมื่อบางคนหงุดหงิดจากรถติด หรือการจราจรไม่ลื่นไหล หากเข้าใจถึงข้อเท็จจริง และสภาพการมีส่วนร่วม ทั้งของตนและผู้อื่น ก็น่าจะสามารถผ่อนคลาย ให้ใจสงบ และเยือกเย็นพอ ต่อการเกี่ยวข้อง ที่ไม่เกิดผลเสีย ทั้งต่อรางกายและจิตใจของตนเอง หรือผู้อื่น

กล่าวคือ เมื่อรู้ชัด ว่าด้านหนึ่งเราเองเป็นผู้ถูกกระทำ แต่พร้อมๆ กันนั้น เราและผู้อื่นก็มักมีส่วนร่วมกับการกระทำต่างๆ ด้วยกันเสมอ ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ก็น่าที่จะสามารถ “ยอมรับ” กับ “ปรากฏการณ์” ต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เช่นเดียวกับที่เราเคยให้อภัยกับความพลั้งพลาดของตนเอง

ขณะเดียวกัน การยอมรับว่าเรา “พลาดได้” ก็ช่วยให้มีเมตตากรุณา และพร้อมจะมีส่วนร่วมในการแก้ไข หรือระวังป้องกันปัญหาที่จะตามมา หรือที่จะเกิดขึ้นในอนาคต…

พุทธศาสนานั้นเกิดจากธรรมชาติ เมื่อเผชิญหน้ากับชีวิตสมัยใหม่ที่ห่างไกลวิถีดั้งเดิม จึงทำให้หลายต่อหลายคนที่ยังไม่ลึกซึ้งกับ “วิถีพุทธ” พาลคิดไปว่าศาสนาของตนใช้งานใช้การไม่ได้เสียแล้ว ในสังคมทันสมัยที่เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์เฟื่องฟู

หลงลืมไปเสีย ว่า “คน” หรือ “มนุษย์” เรา ยังเป็นสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ และอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของธรรมชาติเช่นเดียวกันกับสิ่งอื่น ตามธรรมดา-สามัญ-ปกติ นี่เอง…
ไม่มีอะไรพิเศษ หรือวิเศษด้วยประการใดๆ เลย

0 Comments:

Post a Comment

<< Home

eXTReMe Tracker